รายการสินค้า

สถิติ

Visitors
5034
Articles
325
Web Links
5
Articles View Hits
3009517

จำนวนผู้เยี่ยมชม

counter

 

like

Capture5689    

Gblv

สร้างบ้านทั้งหลังได้ด้วยผลิตภัณฑ์ ตราช้าง วัสดุก่อสร้าง คุณภาพ ได้มาตรฐาน ราคาถูก อาทิ ปูนซีเมนต์ถุงตราช้าง ปูนสำเร็จรูปตราเสือ มอร์ตาร์ สมาร์ทวูด สมาร์ทบอร์ด ยิปซัม กระเบื้องหลังคา ซีแพคโมเนีย ไอยร่า เอ็กซเซลล่า ลอนคู่ พรีม่า เพรสทีจ นิวสไตล์ เคิฟลอน ครอบ อุปกรณ์หลังคา ฉนวนกันความร้อน บล็อกปูพื้น ปูถนน บล็อกตัวหนอน แผ่นโปร่งแสง พร้อมจัดส่งจากโรงงานผลิต และโกดังกทม.

สร้างบ้านใหม่เริ่มต้นช่วงไหนดี

การสร้างบ้านแต่ละประเภทจะมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ยากง่าย รวมถึงระยะเวลาที่ใช้แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของบ้าน การออกแบบบ้าน รูปแบบของโครงสร้าง รูปแบบของงานสถาปัตยกรรม และที่สำคัญคือการวางแผนงานก่อสร้างอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ช่วงเวลาเริ่มต้นการก่อสร้างและสภาพภูมิอากาศเองเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้งานก่อสร้างช้าหรือเร็วได้ บ้านบางหลังใช้เวลาก่อสร้างเพียง 3 เดือน ในขณะที่บางหลังใช้เวลาปีกว่า หรือหลายปีเลยทีเดียว ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาในการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลังอยู่ที่ประมาณ 8-12 เดือน

 

ตามสภาพภูมิอากาศบ้านเราแล้ว ช่วงเวลาเริ่มต้นงานก่อสร้างบ้านที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงต้นฤดูหนาว ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม โดยเริ่มจากการปรับระดับที่ดิน วางผัง แล้วจึงเข้าสู่งานโครงสร้าง โดยเริ่มจากงานฐานรากและเสาเข็มก่อน แล้วจึงเป็นงานคานคอดิน เสา คาน พื้น และบันได ไล่จากล่างขึ้นบน โดยงานโครงสร้างนี้จะใช้เวลาประมาณ 2-4 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและประเภทของโครงสร้าง เช่น โครงสร้างเหล็กจะสร้างเร็วกว่าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ช่วงงานโครงสร้างนี้เป็นช่วงที่ไม่ควรโดนฝนมากที่สุด ดังนั้นหากเริ่มลงมือก่อสร้างในช่วงเดือนพฤศจิกายน - มกราคม งานโครงสร้างน่าจะเสร็จในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน

 

dsdsv

ภาพ : เริ่มงานโครงสร้างในช่วงหลังฤดูฝนเพื่อให้ทำงานได้สะดวก และได้โครงสร้างที่สมบูรณ์

 

ถัดจากโครงสร้างเสา คาน พื้น บันได ก็จะเริ่มงานโครงสร้างหลังคา และงานมุงหลังคา ซึ่งมักจะเสร็จก่อนฤดูฝน เพื่อช่วยกันฝนให้แก่โครงสร้างและงานสถาปัตยกรรมที่จะตามมาได้ อีกทั้งในช่วงฤดูฝนจะสามารถตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาในกรณีที่มีปัญหาได้

 

ภาพ : งานหลังคาควรเสร็จก่อนเข้าฤดูฝน เพื่อช่วยกันฝนให้งานก่อสร้างส่วนอื่นและตรวจสอบการรั่วซึมได้
ถัดจากงานหลังคาจะเข้าสู่งานสถาปัตยกรรม และงานระบบ ซึ่งคงจะหลีกเลี่ยงได้ยากที่จะไม่เจอฝน เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงราวๆ เดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจจะทำให้งานบางอย่างล่าช้าออกไปบ้าง เช่น งานทาสีอาจจะต้องรอทาสีแต่ละรอบนานขึ้น หรือวัสดุบางอย่างที่เปียกฝนไม่ได้จำเป็นต้องเลื่อนวันขนส่ง เป็นต้น แต่หากมีการปรับแผนงานหรือคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า อาจไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานมากนัก

 

fgvdsfv

ภาพ : งานสถาปัตยกรรมทำควบคู่ไปกับงานระบบต่างๆ คาบเกี่ยวช่วงหน้าฝน


งานสถาปัตยกรรม จะทำควบคู่ไปกับงานระบบ โดยงานสถาปัตยกรรมเริ่มตั้งแต่ งานผนัง งานปูพื้น งานฝ้าเพดาน งานติดตั้งประตู หน้าต่าง งานวัสดุปิดผิวต่างๆ และงานทาสี ส่วนงานระบบเริ่มตั้งแต่ งานวางถังบำบัด งานวางถังเก็บน้ำ งานเดินท่อประปา งานเดินท่อน้ำเสีย และงานระบบไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะใช้เวลาอีกประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณงาน ความยากง่าย ตารางงาน และปัจจัยภายนอกต่างๆ เช่น สภาพอากาศ ความผิดพลาดในการทำงาน และจำนวนแรงงาน เป็นต้น งานส่วนนี้จึงน่าจะเสร็จในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน

ภาพ : งานติดตั้งวัสดุตกแต่งทั้งภายนอก ภายในรวมถึงงานบิวท์อิน ทำหลังจากงานสถาปัตยกรรมเสร็จเรียบร้อย
ถัดจากงานสถาปัตยกรรม และงานระบบ บ้านก็ใกล้ที่จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยจะเหลืองานตกแต่งภายใน เช่น การทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน และงานภูมิสถาปัตยกรรม เช่น สวน รั้ว สระน้ำ ซึ่งทั้งหมดนี้จะใช้เวลาอีกประมาณ 2 – 4 เดือน โดยในส่วนของงานตกแต่งภายใน และงานภูมิสถาปัตยกรรม ไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้งานสถาปัตยกรรมและงานระบบเสร็จสมบูรณ์ สามารถเริ่มไปพร้อมกัน หรือเหลื่อมกันได้ เช่น การปลูกต้นไม้ การปลูกหญ้า ควรทำก่อนหมดฤดูฝน เช่นราวๆ เดือนตุลาคม เพื่อให้ฝนช่วยประคองต้นไม้หรือหญ้าให้อยู่รอดแข็งแรงดี (ถ้าปลูกต้นไม้ฤดูแล้งต้องหมั่นรดน้ำต้นไม้เป็นประจำ จะสิ้นเปลืองค่าน้ำมากกว่า) เป็นต้น

 

gvd

ภาพ : งานสวน และปลูกต้นไม้ ควรทำก่อนหมดฤดูฝน


อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นที่จะต้องเริ่มการก่อสร้างในช่วงฤดูฝนก็สามารถทำได้ แต่จะมีข้อควรระวังในเรื่องของโครงสร้าง สำหรับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้น หากช่วงที่เทคอนกรีต หรือช่วงที่คอนกรีตยังไม่เซตตัวเกิดฝนตก ต้องทำการคลุมปกป้องผิวหน้าคอนกรีตไว้ด้วยผ้าใบหรือพลาสติก เพื่อไม่ให้น้ำฝนทำให้อัตราส่วนของคอนกรีตเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีผลต่อความแข็งแรงของคอนกรีตในภายหลัง หรือหากเป็นโครงสร้างเหล็กควรระวังเรื่องการป้องกันการเกิดสนิมอย่างพิถีพิถัน และหากประกอบชิ้นส่วนด้วยการเชื่อมเหล็ก จำเป็นต้องรอวันที่ฝนไม่ตกเพื่อความปลอดภัย กระบวนการเหล่านี้จึงส่งผลต่อแผนการทำงานที่อาจต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันตามกำหนดการ อย่างไรก็ดี งานในส่วนอื่นๆ ทั้งงานระบบ งานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งต่างๆ ก็จะดำเนินการในช่วงที่ฝนเริ่มน้อยลง ซึ่งสามารถทำงานได้ราบรื่น และอาจเร่งงานบางอย่างให้รวดเร็วขึ้นได้ โดยงานก่อสร้างอาจเสร็จสิ้นก่อนเข้าหน้าฝนของปีถัดไป

โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าจะเริ่มต้นงานก่อสร้างในช่วงใด ซึ่งมักขึ้นอยู่กับความพร้อมในด้านต่างๆ ของเจ้าของบ้านแต่ละคนเป็นหลัก หากมีการวางแผนการทำงานที่ดีในแต่ละขั้นตอน การก่อสร้างจะเป็นไปอย่างราบรื่นได้ หากแต่การเริ่มต้นในช่วงฤดูหนาวจะค่อนข้างเหมาะสมสำหรับสภาพอากาศอย่างบ้านเรามากกว่าช่วงฤดูกาลอื่น


ขอบคุณที่มา :: scgbuildingmaterials.com   

We have 34 guests and no members online